RES PERIT DOMINO: The thing is lost to the owner. “Res perit domino” หรือ “หลักความวินาศแห่งทรัพย์สินตกเป็นพับแก่เจ้าของ” เป็นหลักกฎหมายทั่วไปที่กำหนดให้ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินต้องรับบาปเคราะห์แห่งการที่ทรัพย์สินของตนต้องสูญหาย หรือบุบสลาย อันจักโทษบุคคลอื่นมิได้ หลักนี้มีความเกี่ยวเนื่องกับกฎหมายลักษณะยืม* ไม่ว่าจะเป็นยืมใช้คงรูป หรือยืมใช้สิ้นเปลืองในประการสำคัญ ดังนี้ คือ
กรณียืมใช้คงรูป: หลักมาตรา 840 ประกอบมาตรา 844 การยืมใช้คงรูปนั้นกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ยืมไม่โอนไปยังผู้ยืม ดังนั้นในกรณีที่ทรัพย์สินซึ่งยืมนั้นสูญหาย หรือบุบสลายโดยมิใช่ความผิดของผู้ยืมแล้ว ผู้ยืมก็ไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ให้ยืม ซึ่งความวินาศแห่งทรัพย์สินซึ่งยืมนี้ย่อมตกเป็นบาปเคราะห์แก่เจ้าของกรรมสิทธิ์ซึ่งโดยปกติจะเป็นตัวผู้ให้ยืม เว้นแต่ผู้ให้ยืมมิใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ ตัวอย่าง: A ยืมรถยนต์มาจาก B ระหว่างที่ A เก็บรักษารถยนต์ไว้ที่บ้านของตนเช่นอย่างวิญญูชนพึงกระทำแล้ว หากต่อมาพายุกิสนาเข้าไทย ทำให้แรงลมพัดพาบ้านของ A ล้มทับรถยนต์ของ B เสียหายพังยับเยินทั้งคัน ดังนี้ความวินาศแห่งรถยนต์นั้นตกเป็นบาปเคราะห์แก่ B เจ้าของกรรมสิทธิ์โดยที่ A ไม่ต้องรับผิดชอบ ทั้งนี้เป็นไปตามหลัก Res perit domino
กรณียืมใช้สิ้นเปลือง: หลักมาตรา 850 การยืมใช้สิ้นเปลืองนั้นเป็นกรณีที่ผู้ให้ยืมโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินซึ่งยืมให้ไปแก่ผู้ยืมอย่างเด็ดขาด ถ้าต่อมาทรัพย์สินซึ่งยืมนั้นสูญหาย หรือบุบสลายอันมิใช่ความผิดของผู้ให้ยืม ความวินาศในทรัพย์สินซึ่งยืมนั้นตกเป็นบาปเคราะห์แก่ผู้ยืมในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ ตัวอย่าง: A กู้ยืมเงินมาจาก B จำนวน 100,000 บาท ระหว่างที่ A เก็บเงินดังกล่าวไว้ที่บ้านของตน หากต่อมาพายุกิสนาเข้าไทย ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ความแรงของกระแสน้ำป่าพัดพาสิ่งของในบ้านของ A สูญหายไปหลายอย่างซึ่งรวมถึงเงินจำนวนดังกล่าวด้วย ดังนี้ความวินาศแห่งเงินนั้นตกเป็นบาปเคราะห์แก่ A เจ้าของกรรมสิทธิ์ในเงินดังกล่าวโดยที่ B มีสิทธิเรียกร้องคืนจาก A ได้ ทั้งนี้ตามหลัก Res perit domino
RES PERIT DOMINO - The thing is lost to the owner. This phrase is used to express that when a thing is lost or destroyed, it is lost to the person who was the owner of it at the time. For example, an article is sold; if the seller have perfected the title of the buyer so that it is his, and it be destroyed, it is the buyer's loss; but if, on the contrary, something remains to be done before the title becomes vested in the buyer, then the loss falls on the seller.